akara online
akara online
akara online
akara online
akara online
Lucky in Love - Lucky in Life Happy Status สถานะความสุข กด Like ให้ความรัก Reality ท้าคนเป็น เห็นคนตาย ซี่รี่ย์ยอดฮิต 7 วันจองเวร Grave บ้านพญาสัตบรรณ
akara online
akara online
Please login or register.

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 

ข่าว:



ผู้เขียน หัวข้อ: เนตรสองภพ บทนำ (ต่อ)  (อ่าน 752 ครั้ง)

Luckard

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 8
    • ดูรายละเอียด

เนตรสองภพ บทนำ (ต่อ)

« เมื่อ: ?Ԧ?Ҥ? 20, 2014, 08:16:32 »
เมื่อหลุดพ้นพันธนาการของผีร้าย หญิงสาวผู้อุ้มท้องรีบถอยไปยืนอยู่กลางถนน สายตาและสัญชาตญาณระแวดระวังรอบด้านทั้งทางซ้ายและทางขวา โดยเฉพาะใต้หมอกดำที่มิอาจประมาณความลึก ไม่อาจรับรู้สภาพข้างใต้ รวมถึงไม่รู้ว่าจะมีตัวอะไรโผล่ออกมาอีก
   ถึงตอนนี้หญิงสาวคิดจะเดินย้อนกลับไปทางเก่า ทว่าเธอต้องล้มเลิกความตั้งใจเสียทันที ด้วยเพราะเมื่อหันกลับไป ก็พบว่าทางเดินที่ผ่านมาได้เลือนหายไปแล้ว

   เช่นนั้นจึงมีแต่ต้องเดินหน้า!?

   เมื่อไม่มีทางเลือก หญิงสาวจึงจำต้องสืบเท้าอย่างระมัดระวัง ในสมองพยายามใคร่ครวญถึงปริศนาว่าที่แห่งนี้คือที่ใด และเหตุใดตัวเธอจึงต้องมาอยู่ที่นี่
   ยังไม่ทันคิดวิเคราะห์ได้ถึงไหน เพียงเดินต่อมาแค่ในระยะชั่วหม้อข้าวเดือด โสตสัมผัสก็สดับสำเนียงพิลึกพิลั่น

   ‘วี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดด’ เป็นเสียงแหลมเล็กที่บาดแก้วหู
   ‘วี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดด’ เสียงกรีดร้องแหลมยาวอีกครั้ง คราวนี้หญิงสาวมั่นใจว่าต้นเสียงอยู่ไม่ห่างนัก

   และเธอก็ได้พบเจ้าของเสียงกรีดร้องแหลมนั้น มันเป็นเงาร่างสีดำสูงชะลูด สูงผ่านทะลุหมอกดำเบื้องล่างขึ้นมา มันมีทั้งหมดราวสองสามตน พวกมันอยู่ห่างจากขอบถนนไม่เกินสิบหรือยี่สิบเมตร ร่างของพวกมันแม้สูงยาว ทว่าผอมเพรียว มือสองข้างของเหล่าอสุรกายล้วนใหญ่โตผิดสัดส่วน
   ร่างของพวกมันโยกเยกไปมาตามจังหวะการเดิน อสูรเหล่านั้นเดินวนไปมาพร้อมส่งเสียงร้องอย่างเจ็บปวด สำเนียงกรีดร้องของมันราวกับผ่านพ้นมาจากรูริมฝีปากที่ตีบตันหรือไม่ก็เล็กราวกับรูเข็ม

   ใช่! วาสนาเคยได้ยินจากคำบอกเล่า...จากหนังสือที่เคยอ่าน
   พวกมันคือเปรต !

   แล้วทำไมหญิงครรภ์แก่อย่างเธอถึงต้องมาอยู่ที่นี่ บริเวณที่อสุรเปรตเหล่านี้อยู่!? ทันทีที่คิดถึงลูกในท้อง วาสนารีบสืบเท้าออกจากที่ตรงนั้นทันที ห่วงตนเองก็ห่วง ทว่าห่วงลูกในครรภ์เสียยิ่งกว่า นี่เองที่เป็นผลจากความผูกพันระหว่างแม่ลูก ที่ถึงแม้ยังอยู่ในท้อง ยังไม่เคยเห็นหน้า ทว่าเพียงแค่การได้แบกอุ้มท้อง หญิงสาวก็รู้สึกผูกพันรักใคร่

   วาสนาพ้นจากบริเวณที่พบอสุรเปรตมาไกลแล้ว ถึงตอนนี้สภาพการณ์สิ่งแวดล้อมรอบข้างในอาณาบริเวณใหม่ที่ก้าวมาถึงนั้น สามารถตอบคำถามของเธอได้ว่า ‘ที่นี่คือที่ไหน’

   หญิงอุ้มครรภ์ยังคงยืนอยู่บนถนนแคบๆ ที่สองฝั่งเป็นหุบเหวไม่ทราบความลึก หมอกดำที่ลอยเรื่อยยังคงปิดบังไม่ให้เห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ด้านใต้...ทว่าบัดนี้ สองข้างถนนปรากฏเสาขนาดใหญ่นับร้อยนับพันต้นที่โผล่ขึ้นมาจากด้านล่าง ทะลุหมอกดำลึกลับขึ้นมา ปลายยอดของมันอยู่สูงลิบขึ้นไปบนท้องฟ้าที่มืดสลัว
   วาสนาตัวสั่นเทา หญิงสาวรู้จัก ‘เสา’ เหล่านี้ดี...แม้ไม่เคยเห็นของจริง แต่เธอก็รู้ว่าเสาทั้งหมดนี้ แท้จริงแล้วคืออะไร

   ‘แกว๊ก’ เสียงร้องจากอีกาที่มีขนาดใหญ่เกือบเท่าสุนัข มันมีจำนวนนับพันนับหมื่นตัว ทั้งหมดต่างบินฉวัดเฉวียนอยู่รอบๆ เสาเหล่านั้น
   อีกาที่วาสนาเห็นนั้น มีประกายวาววับจากจะงอยปากที่เป็นเหล็กแหลม พวกมันกำลังไล่จิกกินเนื้อของ ‘มนุษย์’ จำนวนนับไม่ถ้วนที่กำลังปีนเสา...เสาที่มีหนามแหลมและคมวาวประดุจเหล็กกล้า!

   มนุษย์ที่กำลังปีนอยู่ร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวด หนามเหล็กของเสาเหล่านั้นทิ่มแทงเข้าไปในเนื้อ ไหนจะอีกาปิศาจที่คอยจิกกินทั้งผิวหนัง เนื้อ กระทั่งลูกตา หลายร่างทนไม่ไหวพลัดตกลงไปใต้สายหมอกสีดำสนิท

   ใช่!...มันไม่ใช่เสา หากแต่มันคือ ‘ต้นงิ้ว’!?
   เช่นนั้นแล้วที่นี่คือ...?

   วาสนารับรู้ในบัดดลว่าที่นี่คือที่ไหน ที่ที่มีต้นงิ้วไว้คอยลงโทษคนชั่ว โดยเฉพาะผู้ที่ละเมิดศีลข้อที่สาม... ที่นี่คือนรก!?
   หมายความว่า...เธอตายแล้วหรือ ?
   ด้วยความกลัวประกอบกับความตกใจจึงทำให้หญิงสาวออกวิ่ง วิ่ง วิ่ง และวิ่งไปข้างหน้าอย่างขาดสติ สมองของเธอรับรู้แต่เพียงความรุ่มร้อนจากไอเพลิงกรดที่ปรากฏพวยพุ่งจากทางด้านข้างขอบถนน เปลวความร้อนแผ่รังสีมาถึงพื้นถนนที่หญิงสาวกำลังวิ่ง

   เวลาผ่านไปราวครึ่งชั่วโมง วาสนายืนหอบตัวโยนด้วยหมดเรี่ยวแรงที่จะวิ่งต่อ เมื่อหญิงสาวพอจะตั้งสติได้ เธอจึงค่อยๆ เดินตามถนนอีกครั้ง หญิงสาวตั้งใจจะออกจากนรกโดยเร็วที่สุด แม้จะไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไรแต่ก็มิอาจมีสิ่งที่ทำได้นอกเหนือไปจากการเดินไปตามถนนแคบๆ นี้
   พลัน! สตรีผู้ตั้งครรภ์สัมผัสได้ถึงกระแสไอเย็นจากที่แผ่มาจากเบื้องหน้า เมื่อเธอมองไปตามทิศทางแห่งไอเย็นนั้น ก็พบกับรัศมีสีทองอ่อนๆ ที่มองแล้วเย็นตาบนถนนเบื้องหน้า หญิงสาวจึงรีบสืบเท้าเข้าไป และเธอก็ได้เห็นร่างที่อยู่ในรัศมีทองนั้น

   พระภิกษุ! ท่านกำลังยืนสำรวมอยู่ชิดขอบถนน ดวงหน้าของท่านเปี่ยมไปด้วยปีติที่อิ่มเอิบ วาสนาแน่ใจว่ารัศมีสีทองมาจากร่างของท่านผู้ดำรงซึ่งหลักแห่งไตรสิกขา
   ส่วนที่พื้นข้างกายผู้ทรงศีลคือผู้ชายสองคนที่กำลังนั่งคุกเข่าพนมมือ...ชายทั้งสองสวมชุดสากลสีดำสนิท ผิวกายและใบหน้าของทั้งคู่เป็นสีแดงเข้มราวถ่านไฟ ทั้งคู่หันมามองเธอนิดหนึ่งก่อนที่จะหันไปพนมมือต่ออย่างตั้งอกตั้งใจ
   วาสนายังไม่ทันจะเอ่ยถาม ภิกษุผู้น่าเลื่อมใสได้เอ่ยกับเธอด้วยเสียงเรียบเย็น

   “โยมวาสนา...” ประโยคแรกทำเอาหญิงสาวขนลุกซู่ ด้วยเพราะความฉงนที่ท่านสามารถรู้ชื่อของเธอได้
   “โยมจงเดินไปตามทางถนนนี้ พวกเขากำลังรอโยมอยู่” น้ำเสียงเย็น เปี่ยมด้วยความกรุณา

   “ท่านคะ ที่นี่คือ...” วาสนาพยายามจะถามทว่าน้ำเสียงกลับขาดหายไปเสียดื้อๆ
   อรหันตภิกษุยิ้มอย่างมีไมตรี ท่านชี้มือไปด้านหน้าตามเส้นทางถนน หญิงสาวมองตามไปจึงมองเห็นว่าสุดปลายถนนนั้นเริ่มมีต้นไม้สีเขียวขจี...บางทีอาจเป็นสุดเขตแดนนรก ?

   “โยมจงเร่งไปเถิด จวนเจียนจะได้เวลาเต็มที...เพียงแต่โยมจงอย่ารีบร้อนจนพลั้งพลาดตกลงไปด้านล่างของถนนเสียล่ะ มิฉะนั้นจะไม่สามารถกลับขึ้นมาได้อีก”
   วาสนาผู้มิอาจเปล่งสำเนียงได้จึงจำเป็นต้องก้มลงกราบกับพื้นก่อนจะออกเดินทางตามคำแนะนำของพระภิกษุสงฆ์ โดยระหว่างที่กราบลานั้น หญิงสาวสังเกตเห็นชายชุดดำทั้งสองจ้องมองมาที่ตัวเธอเขม็ง

   หญิงผู้ตั้งครรภ์สืบเท้ามาตามทาง จนในที่สุดก็ถึงเขตที่เป็นป่าไม้เขียวขจี บรรยากาศที่นี่ร่มเย็นต่างกับนรกเพลิงกรดเมื่อครู่ วาสนารู้สึกผ่อนคลายลง จึงเดินตามสบายไม่รีบร้อน และเพียงชั่วอึดใจเดียวหญิงสาวจึงพบว่าถนนที่ตัวเองกำลังเดินอยู่นั้น ได้ตัดผ่านตรงกลางกลุ่มคนจำนวนมาก
   กลุ่มคนชายหญิงเหล่านั้นล้วนนุ่งขาวห่มขาว...ทั้งหมดกำลังสวดมนต์หรือไม่ก็นั่งเจริญสมาธิ
   วาสนาก้าวเท้าไปตามทางอย่างงงๆ และเมื่อมองไปข้างหน้า เธอจึงได้เห็นชายชรานุ่งขาวห่มขาวผู้หนึ่งกำลังเดินตรงมาหาด้วยใบหน้ายิ้มแย้มอย่างมีไมตรี

   ผู้เฒ่าชราหยุดตรงหน้า เขายื่นของสิ่งหนึ่งให้ วาสนาเอื้อมมือไปรับโดยอัตโนมัติ
   ความอุ่นวาบปรากฏที่ฝ่ามือ หญิงสาวก้มลงมองจึงพบว่าสิ่งที่ชายชรามอบให้นั้น เป็นดวงไฟเล็กๆ สีขาวประกายเงิน วาสนารู้สึกรักและผูกพันกับดวงไฟน้อยแทบจะในทันที

   “อุ๊ย!” หญิงสาวสะดุ้งเมื่อจู่ๆ ดวงไฟเกิดเคลื่อนไหลไปมาได้เอง ประกายเงินลูกกลมนั้นกลิ้งหยอกล้อในฝ่ามือก่อนจะหลุดไหลไปที่หน้าท้อง
   ดวงไฟเล็กๆ นั้นกลืนหายเข้าไปที่ท้องของเธอ...ท้องที่กำลังตั้งครรภ์แก่ใกล้คลอด
   “ดูแลให้ดี” ประโยคแรกจากผู้เฒ่าในชุดขาวผู้มอบดวงไฟน้อย

   ยังไม่ทันที่วาสนาจะกล่าวตอบเช่นไร หญิงสาวรู้สึกปวดท้องในทันที และปวดอย่างรุนแรงเสียด้วย!
   หญิงสาวทรุดลงกับพื้น เหงื่อออกโทรมกาย ความปวดเกร็งหน้าท้องขยายวงกว้างก่อนที่จะทุเลาเบาบางแค่ชั่วครู่ สักพักความปวดกลับเริ่มกระชั้นเพิ่มขึ้น วาสนากุมหน้าท้องแน่น หลับตาสูดลมหายใจเข้าออกลึกๆ เพื่อหวังผ่อนคลายความเจ็บปวด

   ทว่าความเจ็บปวดเกร็งหน้าท้องกลับยิ่งทวีคูณ วาสนาจึงลืมตาขึ้นอีกครั้ง...คราวนี้หญิงสาวพบว่าตัวเองกำลังนอนคู้ตัวอยู่ในห้อง...ห้องนอนที่บ้านของตัวเอง
   วาสนาเอื้อมมือไปเขย่ากายสามีผู้นอนกรนอยู่ข้างๆ

   “พี่...พี่ตื่นเถอะ วาสปวดท้องคลอด” หญิงสาวเรียกสามีดังๆ ในใจกระหวัดนึกถึงดวงไฟน้อยที่ได้ในความฝัน
   ลูกสาวแม่กำลังจะเกิดแล้ว...วาสนารู้เพศจากผลอัลตราซาวนด์ของสูตินรีแพทย์ที่เธอฝากครรภ์

   ดังนั้นชื่อเสียงเรียงนามที่ตั้งไว้ล่วงหน้าคงต้องพับเก็บไว้ก่อน วาสนาแน่ใจจะตั้งชื่อลูกเสียใหม่ และคงเป็นชื่อใดไม่ได้นอกเสียจาก ‘เด็กหญิงประกายแก้ว’

Luckard

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 8
    • ดูรายละเอียด

Re: เนตรสองภพ บทนำ (ต่อ)

« ตอบ #1 เมื่อ: ?Ԧ?Ҥ? 20, 2014, 08:54:43 »
อ่านเสร็จแล้ว สามารถคอมเมนต์ได้นะครับ

และฝากหนังสือของ 'ชวลักษณ์' ด้วยนะคร้บ

มีเรื่อง 'เหยื่อ' ในหนังสือ Fate เวรกรรม
เรื่อง 'มันอยู่ในรถ' ของหนังสือ Nightlife คืนถึงฆาต
เรื่อง 'ซากคำสาป' ในหนังสือ อาถรรพ์เบญจเพส

ขอบคุณครับ

theking01

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 1
    • ดูรายละเอียด

Re: เนตรสองภพ บทนำ (ต่อ)

« ตอบ #2 เมื่อ: ????¹ 11, 2017, 09:45:51 »
ขอบคุณคับ