akara online
akara online
akara online
akara online
akara online
Lucky in Love - Lucky in Life Happy Status สถานะความสุข กด Like ให้ความรัก Reality ท้าคนเป็น เห็นคนตาย ซี่รี่ย์ยอดฮิต 7 วันจองเวร Grave บ้านพญาสัตบรรณ
akara online
akara online
Please login or register.

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 

ข่าว:



ผู้เขียน หัวข้อ: The village หมู่บ้านต้องคำสาป  (อ่าน 795 ครั้ง)

guide

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 7
    • ดูรายละเอียด

The village หมู่บ้านต้องคำสาป

« เมื่อ: ?Á?Ҥ? 22, 2016, 14:07:50 »
บทนำ
   ตำนานบางตำนานอาจจะเป็นจริงหรือไม่จริงก็ได้ไม่มีใครรู้แต่ไม่ใช่กับหมูบ้าน ไพรริน หมู่บ้านที่อยู่ในป่าลึกของจังหวัดหนึ่งในประเทศไทย ที่มีตำนานเล่าขานมามากมายบางคนบอกเป็นหมูบ้านผีสิง บางคนบอกว่าผู้คนในหมู่บ้านเป็นปีศาจ แต่ก็ไม่มีใครรู้ความจริง เพราะไม่มีใครเคยไปที่นั้นแล้วก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าหมูบ้านนี้มีจริงไหม ด้วยความที่เป็นเรื่องน่าสนใจในโลกออนไลน์ ทำให้เรื่องนี้น่าสนใจขึ้นมา เจนหญิงสาวที่ชอบเรื่องลึกลับเธอจะไปทุกที่ ที่เป็นสถานที่ลึกลับเพื่อพิสูจน์ว่ามันมีอยู่จริงหรือไม่ รวมถึงหมู่บ้านแห่งนี้ด้วย แต่ใครจะรู้ว่าการไปในที่ไม่ควรไปผลจะเป็นอย่างไร .......
   ควันสีแดงกระจายไปทั่วบริเวณเมื่อรถวิ่งผ่านด้วยพื้นที่เป็นดินแดง รถกระบะคันเก่าๆกำลังวิ่งฝ่าความเงียบในป่าดงดิบ มีแค่เพียงเสีงนก เสียงแมลงที่พากันส่งเสียงเหมือนเป็นการเชิญชวนให้เข้ามาในป่าแห่งนี้ รถกระบะค่อยๆจอดลงเมื่อสุดทางวิ่งแล้ว ก่อนที่คนขับจะหันมาบอกกับหญิงสาวที่นั้งมาด้วยในรถว่า
“ เรามาถึงแล้วครับคุณผู้หญิงเดียวเดินเข้าไปในป่าตรงไปอย่างเดี๋ยว ก็จะเจอกับหมูบ้านไพรรินแล้วครับ”
เสียงของคนขับรถบอกกับหญิงสาว “ขอบคุณมากนะคะที่มาส่ง” หญิงสาวกล่าวขอบคุณ ก่อนนะยกเป้ขึ้นสะพายที่หลังแล้วลงเดินไป ท่ามกลางสายตาของคนขับรถที่มองเธอด้วยสายตาไม่ดีนักพร้อมกับตะโกนบอก
“ขอให้โชคดีนะครับ” คนขับรถที่อยู่ในวัยกลางคนตะโกนมา หญิงหันไปมองพร้อมกับส่งยิ้มก็จะเดินเข้าไปในป่า                  ไปยังหมูบ้านไพรริน
 อากาศภายในป่าเย็นขึ้นเป็นอย่างมาก ต่างจากอากาศภายนอกที่แสนจะร้อน เจนเดินเข้ามาในป่าเรื่องก่อนจะนึกไปถึงตอนที่เข้ามาในป่าแห่งนี้ ว่าชาวบ้านไม่ยอมให้เธอเข้ามาแต่เธอก็ไปขอร้องให้คนขับรถคนนึงซึ่งน่าจะเป็นคนแถวนั้นนำพาเธอมาตอนแรกเขาก็ไม่ยอม แต่เมื่อเธอยื่นเงินให้เขาก็ยอมแต่โดยดี เพราะมันเป็นทางเลือกสุดท้ายและเธอก็มาไกลเกินกว่าจะถอยกลับได้แล้ว
   ความเงียบภายในป่าเป็นเหมือนสัญญาณบอกว่าอาจจะมีอันตรายได้ทุกเมือ ต้นไม้ที่หนาทึบเริ่มปิดบังแสงอาทิตย์ไปแล้ว ความมืดเริ่มเข้ามาแทนที่ แต่เจนก็ไม่เคยกลัวอะไรอยู่แล้วถึงแม้การเดินทางมาในครั้งนี้จะไกลและมีอันตรายมากกว่าทุกครั้งที่เธอไปเข้าไปสำรวจ แต่เธอก็อยากลองเสี่ยงอะไรดูบ้าง โดยเฉพาะถ้าเกิดได้เป็นผู้บุกเบิกเป็นคนแรกก็จะเป็นอะไรที่ดีมาก หญิงสาวคิดแบบนั้น
   หญิงสาวเดินเข้ามาเรื่อยๆ จนเริ่มสังเกตเห็นหมอกควันจางๆรอยอยู่ในอากาศ ซึงก็เป็นสัญญาณอันดีที่เธอได้ค้นพบแล้วว่า หมู่บ้านไพรรินมีอยู่จริง เจนเร่งฝีเท้ามาขึ้นเพื่อให้รีบถึงหมู่บ้าน เพราะเธอก็ไม่ได้อยากอยู่ที่นี้นานเท่าไรหนักเธอกะว่าจะเข้ามาสำรวจพร้อมกับถ่ายรูปไปเพื่อเอาไปลงในโซเชียล ไม่แน่เธอาจจะดังก็ได้ที่ได้ค้นพบหมู่บ้านที่โด่งดังในโลกออนไลน์พร้อมกับมีภาพหลักฐานชัดเจน

เจนเดินไปไม่นานนักเธอก็พบกับหมู่บ้านเล็ก มีบ้านอยู่ประมาณสิบหลัง แต่ละหลังทำด้วยไม้ไผ่ หลังคาทำจากใบจาก มีคนอาศัยไม่น่าจะถึงสิบคน หญิงสาวเดินเข้าไปท่ามกลางความแปลกใจของคนในหมู่บ้านเป็นอย่างมาก ในที่สุดก็มีชายคนหนึ่งซึ่งดูแล้วน่าจะเป็นหัวหน้าหมู่บ้าน เขาไม่ได้ใส่เสื้อมีเพียงแค่กางเท่านั้นที่ขาดๆ “คุณเป็นใครหรือครับ ทำไมเข้ามาที่นี้ได้” เสียงของชายผู้นั้นเอ๋ยถามขึ้น
“ อ๋อ ฉันเป็นนักท่องเที่ยวทางนะคะ กำลังเดินสำรวจเส้นทาง แล้วมาเจอกับหมู่บ้านแห่งนี้ ” เจนเลือกที่จะโกหกเขาไปเพราะกลัวว่าถ้าเกิดไปบอกว่ามาตามหาสิ่งเล้นลับอาจจะโดนว่าหรือถูกเขาทำร้ายเอาได้โทษฐานที่หาว่าหมูบ้านเขาเป็นหมูบ้านผีสิง
“ ที่นี้ไม่ใช่ที่ที่จะให้นักท่องเที่ยวเข้ามา ดังนั้นจงออกไป แล้วอย่าได้กลับเข้ามาที่นี้อีก” เสียงชายคนนั้นพูดด้วยท่าทางเคร่งเครียด พร้อมกับทำหน้าดุใส่จนน่ากลัว เมื่อเจนได้ยินดังนั้นเธอก็พูดต่อว่า “ขอให้ฉันอยู่ที่เเปบนึงก่อนได้ไหมฉันเดินทางมาไกลแล้วก็เหนื่อยมาก” “ไม่ได้จงออกไป เดี๋ยวนี้” ชายคนนั้นยังคงยืนยันคำเดิม เจนสีหน้าเจือนลงไปทันที่ แต่แล้วก็มีเสียงหญิงชราคนหนึ่งพูดออกมา “ คำอิน ให้เธออยู่กับเราซักพักก่อนก็ได้ ไหนๆเธอก็เหนื่อยมามากแล้ว” หญิงชราพูดขึ้นพร้อมกับมองมายังหญิงสาว เจนรู้ได้เลยว่าชายที่มายืนไล่เธอให้ออกไปอยู่นั้นชื่อ คำอิน “แล้วแต่ท่านผู้เฒ่าละกัน แต่เกิดอะไรขึ้นมาข้าไม่รู้ด้วยนะ” เสียงของ คำอินกล่าว ก่อนจะเดินออกไป เจนรีบกล่าวของคุณหญิงชราทันที “ขอบคุณมากนะคะยาย ที่ยอมให้หนูพัก” “ไม่เป็นไรจ๊ะ” หญิงชราตอบมาอย่างใจดี  เจนมองไปรอบๆ มีแต่คนมองทั้งชายและหญิงบางทีเขาเหมือนอยากจะรู้ว่าเธอเป็นใครมจากไหน แต่ไม่นานนักเสียงของหญิงชราก็พูดขึ้นมาอีก
   “ พวกเองก็ไปทำงานได้แล้ว มัวแต่ไปมองเขากันอยู่นั้นละ “ เสียงของหญิงชราพูดจบกลุ่มคนก็แตกกันออกทันทีแล้วก็ต่างไปทำงานของตัวเอง “มานิมาแม่หนูฉันจะพาเดินชมหมู่บ้าน” พูดจบหญิงชราเดินนำหน้าเจนไป “หมู่บ้านของเราอยู่ไกลความเจริญมาก ด้วยความที่พวกเราไม่อยากอยู่กับความเจริญแต่อยากอยู่กับธรรมชาติมากกว่า “ หญิงชราเดินคุยกับเจนไปเรื่อยๆ แต่เจนก็ไม่ได้สนใจในสิ่งที่หญิงชราพูดเท่าไร เธอกับมองสิ่งต่างๆภายในหมู่บ้านที่มีวิถีของคนทำกินง่ายๆ ภาพที่เธอเห็นคนกำลังทำกับข้าวกัน กำลังปลูกผัก ซึ่งถึงแม้หมู่บ้านจะมีระยะทางที่ไกลแต่ภายในหมู่บ้านนี้ก็มีความน่าอยู่ แต่ก็บางทีก็แฝงไปด้วยความน่ากลัวเหมือนกัน หญิงชราได้พาเจนมาหยุดอยู่ที่ท้ายหมู่บ้าน ถึงน่าจะเป็นเขตที่สุดของหมู่บ้านที่แล้ว
   “ที่นี้น่าอยู่ไหมละแม่หนู” หญิงชราหันมาถามเจน ซึ่งหญิงสาวก็ตอบไปว่า “น่าอยู่ดีคะ” แต่เจนมีคำถามนึงที่อยากจะถามมาตั้งแต่แรกที่มาถึงหมู่บ้านนี้แล้วแต่กำลังคิดว่าจะถามดีไหม  แต่ในที่สุดเจนก็ตัดสินใจถามไป “ขอโทษนะคะ หมู่บ้านนี้ชื่อ หมู่บ้านไพรรินหรือเปล่าคะ” หญิงชราทำหน้าอึ้งๆไปพักนึง ก่อนจะตอบคำถามที่เหมือนจะไม่ตรงกับคำตอบ “แม่หนูเอาชื่อนี้มาจากไหน” ยังไม่ทันที่ได้ได้คุยอะไรกันต่อ ท้องฟ้าที่เคยสว่างกลับมืดลงพร้อมกับพายุที่เข้ามาแทน หญิงชราเห็นดังนั้นแล้วรีบพาเจนมาที่บ้านหลังนึงก่อนจะพูดว่า “แม่หนูต้องพักที่นี้ซักคืนนึงแล้วละ ท่าทางวันนี้คงจะกลับออกไปไม่ได้แล้ว” “ขอบคุณมากเลยนะคะยาย” เจนกล่าวขอบคุณยายก่อนจะเดินเข้าบ้าน ก่อนหญิงชราจะตะโกนบอกมาอีกว่า “หลังจากที่ตะวันตกดินแล้วแม่หนูห้ามออกมาจากบ้านเด็ดขาด” เสียงของหญิงชราพูดอย่างจริงจัง จนเจนถึงกับกลัวแต่ก็ตอบตกลงไป
   ฝนเริ่มโปรปรายลงมาอย่างหนัก เจนนั้งมองสายฝนที่โปรยปรายลงมา พร้อมกับมองบริเวณรอบๆบ้านที่เป็นเหมือนห้องแคบหลังคาจากที่ดูเหมือนจะกันน้ำไม่ได้กับกันได้อย่างน่ามหัศจรรย์ มีแค่น้ำหยุดมานิดๆหน่อยๆ เจนค่อยเอาตัวนอนลงกับไผ่กะว่าจะนอนซักงีบนึง แล้วค่อยว่ากันว่าจะเอาไงต่อดี หญิงสาวเผลอหลับไปนานเท่าไรไม่รู้ เธอตื่นมาอีกทีก็ได้ยินเสียง สัตว์ยามค่ำคืนพากันร้องระงม ฝนได้หยุดตกลงแล้ว บริเวณรอบๆบ้านเต็มไปด้วยความเงียบ พร้อมกับความมืดเข้าครอบ เจนเอาแขนตัวเองพยุงตัวเองขึ้นมา เธอลุกขึ้นยืนพร้อมกับเดินไปเปิดประตูบ้านออก แต่แล้วเสียงขึ้นก็ดังขึ้นในหัว “หลังจากที่ตะวันตกดินแล้วแม่หนูห้ามออกมาจากบ้านเด็ดขาด”
เสียงของหญิงชราที่พูดขึ้นก่อนจะเข้ามาในบ้านดังเข้ามาในหัวของหญิงสาว แต่มันก็เป็นเพียงแค่เสียง เจนไม่คิดว่าเธออยากจะออกไปดูข้างนอกนิดหน่อยแล้วกลับเข้ามา เพราะตอนนี้เธอรู้สึกหิวเหลือเกิน
แอ๊ดๆๆๆๆๆ
   เสียงเปิดประตูดังนี้ เจนค่อยๆก้าวออกมาจากบ้านอย่างช้าๆ บรรยายกาศในตอนกลางคืนนี้ชั่งแตกต่างจากตอนกลางวันเหลือเกิน มันเต็มไปด้วยความน่ากลัว หมู่บ้านในป่าที่ไม่มีไฟในยามนี้ชั่ง มืดมิด หญิงสาวหยิบโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ขึ้นมาพร้อมกับเปิดไฟเพื่อหาแสงสว่าง พร้อมกับมองที่หน้าจอเพื่อหาสัญญาณโทรแต่ปรากฏว่า ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์
“ทำไงดีนิ” หญิงสาวพูดกับตัวเอง แล้วเธอก็นึกอะไรมาได้บางอย่างหญิงชราคนนั้นน่าจะช่วยเธอได้ เธอจึงเดินไปรอบๆหมู่บ้านเพื่อตามหาหญิงชราดูตามบ้านหลังต่างๆ แต่เธอก็ต้องพบกับความประหลาดใจเพราะไม่มีใครอาศัยอยู่เลย ทั้งที่ ตอนกลางคนมีผู้คนอยู่อาศัยแต่ตอนกลางคืนกับเงียบสงบราวกับหมูบ้านร้าง “คุณยายคะ คุณยายอยู่ไหนคะ” เสียงของเจนเริ่มตะโกนขึ้นเพื่อหาหญิงชราเพราะตอนนี้เธอเริ่มรู้สึกกลัวแล้ว ในระหว่างที่เธอกำลังร้องเรียกอยู่นั้น เธอก็ได้ยินเสียงเหมือนใครวิ่งผ่านด้านหลังเธอไป พับๆๆๆๆๆ
หญิงสาวสะดุดทั้งตัว สายตามองไปรอบๆๆ เมื่อพบว่าไม่มีอะไรเธอก็โล่งใจ แต่ยังไม่ได้จะโล่งใจดีเท่าไรเธอก็ได้ยินเสียงร้องนึงซึ่งจะว่ามันเป็นสัตว์ก็ไม่น่าจะใช่ เพราะถ้าเป็นสัตว์ตัวมันต้องใหญ่มากๆแน่ หญิงสาวยืนฟังอยู่สักคู่หนึ่ง ก่อนจะวิ่งไม่คิดชีวิตกลับไปยังบ้านที่ตัวเองกับมา พร้อมตะโกนขอความช่วยเหลือ “ใครก็ได้ช่วยด้วย ช่วยฉันที” หญิงสาวรีบวิ่งอย่างสุดชีวิต แม้เธอจะตะโกนขอความช่วยเหลือเท่าไรแต่ก็ไม่มีใครให้ความช่วยเหลือเธอเลย จนเธอวิ่งมาถึงบ้านที่เธออยู่ หญิงสาวรีบเข้าไปพร้อมรีบปิดล็อกประตุอย่างแน่หนาพอที่จะทำได้ พลางคิดในใจว่าน่าจะเชื่อคำพูดยายที่ไม่ให้ออกไปแล้วคนในหมู่บ้านไปไหนกันหมด แล้วเสียงที่เราได้ยินมันตัวอะไร สมองเจนในตอนนี้มึนไปหมด คิดว่านี้คือฝันร้ายก็คงไม่ผิด เจนนั้งหอบหายใจด้วยความเหนื่อยอ่อน ยังไม่ทันที่เธอได้ขยับตัวไปไหนบางสิ่งบางอย่างก็พุ่งเข้าชนประตูของเธออย่างแรงจนไม้ที่ประตูเกือบหัก
   หญิงสาวกรีดร้องอย่างสุดเสียง พร้อมตะโกนให้คนช่วย “ช่วยด้วย” แต่เมื่อมันจะไร้ผลเมื่อไม่มีใครช่วยเธอ เจนรีบตั้งสติ เธอต้องทำอะไรซักอย่าง ก่อนบางสิ่งบางอย่างที่เราไม่รู้มันคืออะไรจะพังเข้ามา ซึ่งมันก็ยังพังประตูเพื่อที่จะได้เข้ามา หญิงสาวเปิดกระเป๋าเป้ตัวเองออกก่อนหยิบมีดด้ามหนึ่งขึ้นมา “แน่จริงแก่ก็มาเลยฉฉันไม่กลัวแก่” สิ้นเสียงของหญิงสาวไม่นานนัก มันก็สามารถพังประตูเข้ามาได้ แต่สิ่งที่ยืนอยู่หน้าเจนตอนนี้ทำให้เจนตัวสั่น มีดหล่นจากมือโดยไม่ตั้งใจ จากนั้นความเงียบก็กลับคืนสู่หมู่บ้านนี้อีกครั้ง ภายในป่าอีกด้านนึงของหมู่บ้านมีชายคนหนึ่งยืนดูเหตุการณ์มาตลอด
เขาคือ คำอิน……..